ข่าวทั่วไป » การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ 2020 ประธานาธิบดี คนใหม่ VS คนเก่า

การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ 2020 ประธานาธิบดี คนใหม่ VS คนเก่า

5 พฤศจิกายน 2020
63   0

การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ 2020 ประธานาธิบดี คนใหม่ VS คนเก่า

การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ VS โจ ไบเดน ชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลกต่างก็ต้องรอคอยลุ้นผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 59 ซึ่งใช้เวลายาวนานกว่าปกติ โดยอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครคือผู้ชนะภายในคืนเลือกตั้งอย่างเช่นที่ผ่านมา

ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งถึงกึ่งหนึ่งหรือ 270 คะแนนก่อน ถือว่าเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งและจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

คนต่อไป ซึ่งล่าสุดนายไบเดนได้ชัยชนะครั้งใหญ่ในรัฐมิชิแกน ทำให้ขึ้นแซงหน้าทรัมป์ที่ 243/214 คะแนน และเขยิบเข้าใกล้จุดตัดสินชี้ชะตาที่ 270 คะแนนเข้าไปอีก

การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ออกมาประกาศแสดงความมั่นใจว่า ตนเองจะสามารถคว้าชัยชนะได้อย่างแน่นอน เมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลง ในขณะที่ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์

:ทรัมป์ ประกาศตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย อ้างปมตลาดเนื้อหมู

กำลังยื่นฟ้องต่อศาลในหลายรัฐ เช่นเพนซิลเวเนีย จอร์เจีย และวิสคอนซิน เพื่อให้หยุดการนับคะแนนที่พวกเขามองว่าทุจริตและไม่เป็นธรรม สร้างความหวั่นเกรงว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมืองและความวุ่นวายในการถ่ายโอนอำนาจไปยังประธานาธิบดีคนใหม่ได้

ซึ่งไบเดนและทรัมป์ต่างยังคงมีคะแนนสูสีกันในรัฐเหล่านี้เกือบทุกรัฐ แต่คาดว่ากว่าจะทราบผลที่เป็นทางการของบางรัฐได้ อาจต้องรอไปจนถึงวันที่ 6 -10 พ.ย. เลยทีเดียว

ช่วงแรกของการนับคะแนนในวันที่ 4 พ.ย. รัฐอินดีแอนาเป็นรัฐแรกที่รายงานผลเข้ามา โดยทรัมป์สามารถคว้าคะแนนเสียง 11 คะแนนไปครองได้ก่อนในรัฐดังกล่าว ตามมาด้วยชัยชนะของเขาในอีกหลายรัฐ

ซึ่งเป็นรัฐที่ทรัมป์ได้ชัยชนะครั้งใหญ่และโกยคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งไปถึง 29 คะแนน

ส่วนไบเดนนั้นคว้าชัยชนะครั้งสำคัญในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งทำให้กวาดคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งไปได้ถึง 29 คะแนนเช่นกัน

ผลเอ็กซิตโพลชี้ว่าไบเดนได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันเพศหญิง คนหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 30 ปี และกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่คนผิวขาวสูงกว่าทรัมป์เป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้พลเมืองอเมริกันเกือบ 100 ล้านคน ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งทางไปรษณีย์แล้ว ทำให้สถิติของผู้ออกเสียงเลือกผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อาจมีเป็นจำนวนสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ

การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ 2020 ประธานาธิบดี คนใหม่ VS คนเก่า

แต่การที่มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในแบบดังกล่าวอย่างล้นหลาม ทำให้การนับคะแนนเป็นไปอย่างล่าช้ากว่าปกติ จนมีแนวโน้มว่าหลายรัฐอย่างเช่นเพนซิลเวเนีย, วิสคอนซิน และมิชิแกน จะไม่สามารถประกาศผลภายในคืนเลือกตั้งได้ทันทีเช่นในครั้งก่อน ๆ

ด้านผลเอ็กซิตโพลที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศเกี่ยวกับผลงานรัฐบาล ปรากฏว่าผู้คนให้ความสนใจประเด็นเศรษฐกิจและการระบาดของโรคโควิด-19 มากที่สุด โดยส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์ทำผลงานได้ดีในด้านเศรษฐกิจ 35% แต่ตัวเลขสถิตินี้ก็ใกล้เคียงกับจำนวนของผู้ที่มองว่ารัฐบาลทรัมป์ทำได้ไม่สู้ดีนักที่ 31%

ส่วนการบริหารจัดการวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดหนักในประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันทำได้แย่มากที่ 35% ซึ่งสูสีกับจำนวนของผู้ที่มองว่ารัฐบาลทรัมป์แก้ปัญหาได้ค่อนข้างดีที่ 31%

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนได้รับสายโทรเข้าปริศนาในวันเลือกตั้ง โดยเป็นข้อความอัตโนมัติทางโทรศัพท์ที่บอกให้ “อยู่บ้าน รักษาตัวให้ปลอดภัย” ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำเตือนจากรัฐบาลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ขณะนี้ทางการยังไม่ทราบถึงที่มาของข้อความที่มุ่งขัดขวางการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งดังกล่าว แต่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอได้ลงมือสืบหาสาเหตุของกรณีนี้แล้ว

นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์  VS โจ ไบแดน

ไวรัสโคโรนา

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์จัดตั้งกองกำลังไวรัสโคโรนาขึ้น ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2563 ซึ่งเขาระบุว่า ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายการทำงานไปสู่

“ความปลอดภัยและการเปิดประเทศของเรา” ทรัมป์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาการรักษาและวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไวรัสโคโรนา โดยทุ่มเงินมากกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับโครงการนี้ 

โจ ไบเดน

ไบเดนต้องการจัดตั้งโครงการตรวจสอบหาการติดเชื้อแห่งชาติขึ้น โดยตั้งศูนย์ตรวจหาเชื้อโรคอย่างน้อย 10 จุดในทุกรัฐของสหรัฐฯ และให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาแก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เขายังสนับสนุนการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะอีกด้วย 

สิ่งแวดล้อม

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์มีความกังขาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และต้องการขยายการใช้พลังงานสิ้นเปลือง โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มอัตราการเจาะหาน้ำมันและก๊าซ พร้อมกันนี้ยังลดนโยบายการปกป้องสภาพแวดล้อมลง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังถอนตัวออกจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งเป็นข้อตกลงนานาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยสหรัฐฯ จะออกจากการเป็นประเทศสมาชิกอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ 

โจ ไบเดน

ไบเดนระบุว่า ทันทีที่เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี เขาจะเข้าร่วมในความตกลงปารีสอีกครั้ง โดยเขาต้องการให้สหรัฐฯ

มุ่งสู่การเป็นประเทศปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 พร้อมประกาศยกเลิกสัญญาการเจาะหาน้ำมันและก๊าซในที่ดินสาธารณะ และทุ่มเงินมากกว่าสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปกับการใช้พลังงงานสีเขียว 

เศรษฐกิจ

โดนัลด์ ทรัมป์

ทรัมป์ปฏิญาณว่าจะสร้างงานมากกว่า 10 ล้านตำแหน่ง ภายใน 10 เดือน และสร้างธุรกิจขนาดเล็กหน้าใหม่มากกว่าหนึ่งล้านธุรกิจ 

เขายังต้องการลดภาษีเงินได้ รวมทั้งลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พวกเขารักษาตำแหน่งงานในสหรัฐฯ เอาไว้ 

โจ ไบเดน

ไบเดนต้องการเพิ่มภาษีจากผู้ที่มีรายได้สูง เพื่อใช้ในบริการสาธารณะ แต่ก็ระบุว่า การเพิ่มภาษีนี้จะส่งผลต่อบุคคลที่ทำเงินได้มากกว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

สาธารณสุข

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์ต้องการยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพ (Affordable Care Act) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โอบามาแคร์ (Obamacare)

ที่ถูกนำมาใช้ในสมัยของ “บารัค โอบามา” ซึ่งเพิ่มระเบียบของรัฐบาลกลางเข้าไปในระบบประกันสุขภาพของเอกชน

รวมทั้งประกาศให้การปฏิเสธไม่ให้การดูแลประชาชนที่มีโรคมาก่อนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยทรัมป์ระบุว่าเขาต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ระบบนี้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเปิดเผลออกมา 

โจ ไบเดน

ไบเดนต้องการปกป้องและขยายการใช้กฎหมายประกันสุขภาพ เขายังต้องการที่จะลดอายุของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงเมดิแคร์ (Medicare) ซึ่งเป็นนโยบายที่สนับสนุนโดยรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

โดยไบเดนต้องการลดอายุของผู้สูงอายุ จากตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มาเป็น 60 ปีขึ้นไป และเขายังต้องการให้ชาวอเมริกันทุกคนมีทางเลือกในการสมัครแผนประกันสุขภาพที่มีความคล้ายคลึงกับเมดิแคร์ด้วย 

ต่างประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์ยังเน้นย้ำคำสัญญาที่จะลดระดับกองกำลังของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในประเทศต่าง ๆ ลง แต่ขณะเดียวกันก็ทุ่มเงินให้กับกองทัพด้วย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า จะยังคงท้าทายประเทศพันธมิตรต่อไป รวมทั้งใช้นโยบายภาษีการค้ากับประเทศจีนต่อไป 

โจ ไบเดน

ไบเดนให้สัญญาว่าเขาจะทำการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ไบเดนยังระบุว่า เขาจะยกเลิกภาษีแต่ฝ่ายเดียวกับประเทศจีน และจะทำให้ประเทศจีนกลายมาเป็นแนวร่วมระหว่างประเทศ 

เชื้อชาติและระบบตำรวจ

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่าการเหยียดเชื้อชาติเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่อยู่ในกองกำลังตำรวจสหรัฐฯ เขายังแสดงจุดยืนว่าตัวเขาเป็นผู้สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับการล็อกคอ และเสนอที่จะทุ่มงบประมาณเพื่อการฝึกฝนให้ดีขึ้น

โจ ไบเดน

ไบเดนชี้ว่าการเหยียดเชื้อชาติเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และนโยบายของตำรวจก็แสดงให้เห็นถึงความไม่เสมอภาคทางเชื้อชาติที่อยู่ในระบบยุติธรรม แต่ไบเดนก็ปฏิเสธที่จะตัดงบหรือยุบหน่วยงานตำรวจ

อาวุธปืน

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์ตีความอย่างกว้าง ๆ สำหรับรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิอันชอบธรรมในการครอบครองอาวุธ แต่เขาก็เสนอการตรวจสอบประวัติย้อนหลังที่เข้มข้นสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อปืน หลังจากการกราดยิงที่เกิดขึ้นในปี 2019 แต่ก็ยังไม่มีข้อชัดเจน 

โจ ไบเดน

ไบเดนเสนอจะประกาศห้ามอาวุธจู่โจม ต้องมีการตรวจสอบประวัติบุคคล จำกัดจำนวนการครอบครองอาวุธ และแก้ไขกฎหมายให้มีขั้นตอนการฟ้องร้องผู้ผลิตหรือจำหน่ายปืนที่ละเลยกฎหมายที่ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เขายังจะให้การสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อป้องกันความรุนแรงจากการใช้ปืน 

ศาลสูง

โดนัลด์ ทรัมป์ 

ทรัมป์ชี้ว่า เขามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะแต่งตั้งผู้พิพากษาที่เป็นตำแหน่งว่าง ในระหว่างการเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกของเขา

ได้เสนอชื่อเอมี บาร์เรตต์ ผู้พิพากษาฝั่งอนุรักษ์นิยมเป็นผู้พิพากษาศาลสูงคนใหม่ ปัญหาหนึ่งที่ศาลสูงจะต้องเจอหลังจากนี้ คือ สิทธิในการทำแท้งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์และผู้พิพากษาบาร์เรตต์ไม่เห็นด้วย 

โจ ไบเดน

ไบเดนต้องการให้การเสนอชื่อผู้พากษาศาลสูงคนใหม่ เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้ง โดยเขาระบุว่า หากเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาจะทำงานเพื่อผ่านร่างกฎหมายที่รับรองสิทธิของผู้หญิงในการทำแท้ง 

คลิกดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://sexyae.net