ข่าวทั่วไป » ทริคง่ายๆในการ สร้างความสุข

ทริคง่ายๆในการ สร้างความสุข

8 ตุลาคม 2020
47   0

ทริคง่ายๆในการ สร้างความสุข ให้กับตัวเอง หลายๆคนอาจจะคิดว่าการ สร้างความสุข เข้าสู่ตัวเป็นอะไรที่ยาก หรือจะต้องใช้เวลามาก แต่ความจริงแล้วเราสามารถสร้างความสุขให้กับตัวเองได้ง่ายๆ

ทริคง่ายๆในการ สร้างความสุข ทำได้ทุกวัน ไม่เสียเวลา แถมยังเป็นการสร้างกำลังใจที่ดีให้กับตัวเราอีกด้วย วันนี้ Goodlife เลยรวบรวมทริคดีๆในการสร้างความสุขให้กับตัวเองมาฝากกันค่ะ ลองทำกันดูเพื่อที่เราจะได้มีชีวิตที่แจ่มใสมากขึ้น มีความสุขกับชีวิตของเรามากขึ้น

ตื่นมาแล้วพูดกับตัวเองว่าขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี

ลืมตาตื่นมาขึ้น ก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นวันใหม่แล้ว ดังนั้นลองสร้างกำลังใจและความสุขให้กับตัวเองง่ายๆด้วยการพูดกับตัวเองว่า ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีแล้วจบด้วยการยิ้มปิดท้ายให้กับตัวเองเบาๆ

อาจจะดูเหมือนว่าการพูดกับตัวเองแบบนี้จะไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันจะช่วยสร้างแรงฮึดให้กับตัวเรา ช่วยทำให้เรามีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำให้เราตื่นตัวมากขึ้น ราวกับว่าเราสั่งให้ร่างกายของเราพร้อมที่จะไปเจอเรื่องราวต่างๆในวันนี้แล้ว

:ผักผลไม้ 5 สี ที่มีประโยชน์ และอร่อย

ยืดเส้นยืดสายสักนิดหลังจากลุกจากเตียง

หลังจากที่โดนเตียงดูดมานานตลอดทั้งคืน จะลุกไปทำงานก็ลุกแทบจะไม่ขึ้น เมื่อลุกแล้วก็ลองขยับแขนขยับขา ยืดเส้นยืดสายสักนิด

ให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว ให้ร่างกายของเรารับรู้ว่าเราตื่นนอนแล้วนะ จะได้มีเรี่ยวแรงไปทำอะไรต่างๆนานาต่อได้ จะดีมากหากว่าเราสามารถแบ่งเวลาสักนิดในยามเช้ามาออกกำลังกายเบาๆ

เพื่อที่ร่างกายของเราจะได้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พร้อมที่จะลุยงานในวันนี้แล้ว การขยับเนื้อขยับตัวหรือออกกำลังกายยามเช้าจะทำให้ร่างกายของเราหลั่งสารความสุขออกมา ซึ่งแน่นอนว่าตัวเราก็จะมีความสุขไปด้วยนั่นเอง

เลือกใส่เสื้อผ้าที่ชอบ

อีกทริคดีๆในการสร้างความสุขเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันก็คือ การเลือกใส่เสื้อผ้าที่เราชื่นชอบ รวมไปถึงกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ การที่เราได้หยิบจับหรือนำของที่ชื่นชอบมาใช้

ทำให้เรารู้สึกดีเวลาที่ได้ใช้ หรือได้พกพามันติดไปด้วย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเรา ยิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจด้วย เวลาที่ได้เห็นหรือได้ใช้ก็จะยิ่งสร้างรอยยิ้มและความสุขลึกๆในใจให้กับตัวเราเองได้แล้ว

ยิ้มกับตัวเองในกระจกสักครั้ง

ในทุกๆวันเราก็คงจะต้องส่องกระจกเช็คตัวเองก่อนออกจากบ้านสักครั้ง หรือสำหรับใครที่รีบร้อนจนไม่มีเวลามาเช็คตัวเองหน้ากระจก ก็อาจจะยิ้มให้กับตัวเองตอนที่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ได้ หลายๆคนคงทราบกันดีว่า

การที่เรายิ้มให้กำลังใจกับตัวเองหน้ากระจก เป็นวิธีง่ายๆที่ทำได้แทบจะทุกที่ที่มีกระจก เป็นการสร้างความสุข สร้างกำลังใจให้กับตัวเราเอง

ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น พร้อมที่จะทำงานมากขึ้น หรือพร้อมที่จะไปสู้รบกับเรื่องที่เรากำลังกลัว เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะส่องกระจกเช็คตัวเองก่อนออกจากบ้านแล้วยิ้มให้กับตัวเองสักนิดนะคะ

เปลี่ยนจากคำว่าจะเอายังไงดี เป็น ไม่เป็นไร งั้นเอาแบบนี้ดีมั้ย แทน

ในเวลาที่เกิดปัญหาขึ้น หลายๆครั้งเราอาจจะมีคำๆนึงขึ้นมาในหัวว่า อ่าวและจะเอายังไงดีล่ะ ซึ่งมันจะทำให้เรารู้สึกว่ามีปัญหาเกิดขึ้น มีเรื่องที่ยากจะแก้ปัญหาเกิดขึ้น หรือจะมองอีกแง่ว่ามันเป็นการบั่นทอนจิตใจเราไปโดยไม่รู้ตัว

แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนความคิดเป็น ไม่เป็นไร งั้นลองแบบนี้แทนดีมั้ย หรือไม่เป็นไร ลองคิดหาวิธีอื่นดูนะ ใจเย็นๆ จะทำให้เราไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ เป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินกว่าที่เราจะทำ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเรา แล้วเราก็จะมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น แม้ว่าจะมีปัญหา หรือมีเรื่องอะไรเข้ามาให้วุ่นวายจิตใจบ้างก็ตาม

หลับตาลง แล้วนับ 1 – 10 ดู

หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าการทำสมาธิในเวลาที่ปัญหาเข้ามา มันเป็นอะไรที่เสียเวลา และคิดว่ามันไม่น่าจะช่วยอะไรเราได้ งั้นลองเปลี่ยนเป็น เมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหา หรือเรื่องที่เราจะต้องใช้สมอง ใช้ความคิด เรื่องที่เราจะต้องตัดสินใจ หรือการเจอเรื่องอะไรที่จะต้องใช้ความอดทน อดกั้น

ก็ให้ลองหลับตาลงแล้วนับ 1 – 10 ในใจดู จะทำให้เรามีจิตใจที่สงบมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น สมองปลอดโปร่ง พร้อมที่จะคิด พร้อมที่จะตัดสินใจด้วยสติที่เรามี และเป็นการเรียกกำลังใจชั้นดีให้กับเราอีกด้วย

อยู่บ้านก็แต่งสวย แต่งหล่อได้

บางครั้งความสุขที่เราคิดว่าจะต้องออกไปหา จะต้องไปที่อื่น ออกไปข้างนอก ไปเที่ยว ไปพบเจอกับเพื่อน เพื่อที่จะสร้างความสุขให้กับตัวเรา แต่ความจริงแล้วอยู่บ้านเราก็สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเองได้ อย่างเช่นการแต่งตัวอยู่บ้าน ใครว่าอยู่บ้านจะต้องใส่แค่ชุดสบายๆ ชิลๆ ไม่ต้องแต่งเนื้อแต่งตัวอะไรให้เหนื่อย

ก็จริงค่ะมันก็ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ทำให้เรารู้สึกสบายทั้งกายและใจ แต่ในเวลาที่ทุกข์หรือต้องการความสุขอย่างเร่งด่วน สาวๆก็อาจจะลองแต่งหน้าเล่นๆขำๆ หรือ ใส่เสื้อผ้าที่ชอบก็จะช่วยทำให้เรามีรอยยิ้มมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นได้เช่นกัน เห็นมั้ยว่าเราไม่จำเป็นจะต้องไปหาความสุขที่ไหนไกลๆเลย ที่บ้านกับตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งก็สร้างความสุขได้แล้ว

อ่านหนังสือให้จบ แม้ว่ามันจะไม่สนุกก็ตาม

หลายๆคนต้องเคยเป็น หยิบหนังสือขึ้นมาจะอ่าน แต่อ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ กลับรู้สึกว่ามันไม่สนุก หรือมันไม่น่าอ่านต่อแล้ว หรือบางคนอาจจะไม่มีเวลาอ่านต่อ ลืมอ่านต่อให้จบ ซึ่งเราควรจะลองอ่านให้จบสักครั้ง แม้ว่ามันจะสนุกหรือไม่ก็ตาม เพราะการที่เราอ่านหนังสือสักเล่มได้จบ

อย่างน้อยเราก็ได้ประโยชน์อะไรอยู่บ้างจากหนังสือ แล้วการที่เราอ่านหนังสือจบยังทำให้เราเหมือนประสบความสำเร็จอีกด้วย ลองคิดดูว่าเราจะรู้สึกดีแค่ไหนในเวลาที่เราอ่านหนังสือจนหน้าสุดท้ายแล้วปิดเล่ม

พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า จบแล้ว จะช่วยทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ทำให้เรามีแรงฮึดจากการที่ทำอะไรสำเร็จนั่นเอง แล้วจะทำให้เราพร้อมที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีแรงบันดาลใจ

เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์แม้ว่าบางคนอาจจะไม่ได้ชอบกิน จะช่วยทำให้เรามีความสุขได้จริงหรือ คำตอบก็คือใช่ค่ะ การที่เราเลือกทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ นั้นนอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพกายที่ดีแล้ว ก็ยังทำให้เรารู้สึกรักตัวเองมากขึ้น ได้ใส่ใจตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกได้เลยว่าตัวเรากำลังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจก็ตาม

สร้างบรรยากาศทุกส่วนของบ้านให้ดี

หลายๆคนอาจจะพอรู้กันว่าการสร้างบรรยากาศห้องนอนให้ดี จะช่วยทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น ช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และจิตใจแจ่มใสมากขึ้น แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ห้องนอนเท่านั้นที่ควรทำ ถ้าเป็นไปได้เราควรจะทำให้บ้านของเรา รถของเรา หรือแม้แต่โต๊ะทำงานของเราให้ดี เป็นระเบียบ สะอาด เพื่อสร้างบรรยากาศดีๆให้เรารู้สึกดีไปกับมันด้วยนั่นเอง ขอยกตัวอย่างเป็นห้องน้ำ

การที่เราทำให้ห้องน้ำดูสะอาด จะช่วยทำให้เราผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เราอาจจะคิดว่าเราก็ไม่ได้เข้าห้องน้ำบ่อยรึเปล่า แต่ลองคิดดูว่าเราใช้ชีวิตอยู่ในห้องน้ำนานอยู่นะคะ ไหนจะอาบน้ำ ไหนจะเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว หรือแม้กระทั่งล้างหน้าแปรงฟัน

บางคนอาจจะพ่วงการบำรุงหน้า บำรุงตัวไปด้วย จะเห็นได้ชัดเลยว่าเราใช้ชีวิตกับมันนานถึง 20 นาทีเป็นต้นไปเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นจะดีแค่ไหนถ้าเราทำให้ห้องน้ำสะอาด ดูน่าใช้ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย อาจจะเพิ่มบรรยากาศและกลิ่นดีๆ ด้วยการจุดเทียนหอม หรือเปิดเพลงฟังชิลๆระหว่างอาบน้ำ ล้างหน้าไปด้วย

ก็จะช่วยสร้างความสุขให้กับเราได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ ก็เหมือนกับการที่หลายๆคนชอบเต้นไป อาบน้ำไป หรือร้องเพลงระหว่างอาบน้ำ (รวมไปถึงร้องไห้ตอนอาบน้ำด้วยนะคะ ถือเป็นการระบายแล้วเราจะมีความสุขมากขึ้น

ร้องไห้ออกมาบ้าง ไม่ต้องเช็ดน้ำตา แต่ปล่อยให้มันแห้ง

การร้องไห้มันไม่ได้แปลว่าเรานั้นอ่อนแอเสมอไป ดีเสียด้วยซ้ำที่เราจะเสียน้ำตาให้กับเรื่องบางเรื่องบ้าง เพราะมันทำให้เรารู้ว่าอย่างน้อยเราก็รับรู้ความรู้สึกของตัวเองนะ รับรู้ถึงปัญหา หรือเรื่องที่ทำให้หนักใจ เวลาที่น้ำตาไหลออกมา หากอยู่คนเดียวก็ลองปล่อยมันไหลไป ไม่ต้องไปเช็ดหรือซับอะไร (แต่น้ำมูกต้องเช็ดนะคะ)

พอร้องไห้เสร็จเราก็จะเห็นว่า น้ำตามันก็แห้งหายไป โดยไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ เว้นแต่จมูกกับตาแต่บวมแดงไปด้วย ก็เหมือนกับว่าเรื่องราวแย่ๆมันเกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป โดยไม่ทิ้งบาดแผลเอาไว้

ซึ่งเราก็จะผ่านปัญหาทุกอย่างไปได้ และบาดแผลก็จะหาย แล้วกลายเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้เราแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

พยายามอย่าโกรธ เพราะความโกรธจะอยู่กับเราไปอีกนาน

แม้ว่าเราจะโมโหขึ้นแม่แค่แวปเดียว ไม่ถึงนาที หรือจะ 5 นาทีก็ตาม อารมณ์ที่ตามมาของเราก็จะแย่ไปด้วยทันที เหมือนกับที่หลายๆคนบอกว่า โกรธแค่ 1 นาที แต่อารมณ์เสียหลังจากนั้นไปอีก 3 ชั่วโมง นั่นแปลว่าความสุขที่ควรจะมีก็หายไปถึง 3 ชั่วโมงเลยนะ วันๆนึงของเราจะหมดไปพร้อมกับความรู้สึกแย่ๆแบบนั้นจะดีหรอ

งั้นลองใจเย็นๆ เตือนใจตัวเองเอาไว้ อย่าเพิ่งโกรธ หรือโมโหเลย เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เจ็บปวดกับความรู้สึกแย่ๆนั้นก็คือตัวเราเอง ถ้ามีเรื่องเข้ามาที่ทำให้เราน่าจะโมโหได้ ก็ลองใจเย็นๆหลับตาสักพัก ท่องกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร!!

เราจะผ่านมันไปได้ มันไม่ได้แย่ ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรหรอก  อย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เราใจเย็นลงได้ และลดความน่าโมโหไปได้ระดับนึงเลยล่ะค่ะ

:ดูข่าวสารเพิ่มเติม https://sexyae.net

มองโลกในแง่ดี คือยาชั้นดีในการสร้างความสุข

มันก็เหมือนกันกับการที่เราอยากจะอยู่ในสังคมที่ดี แวดล้อมที่ดี เพื่อนดีๆ หรือการได้ใช้ชีวิตดีๆ แต่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ก็ควรจะเริ่มจากตัวเราเองก่อน การมองโลกในแง่ดี ไม่ได้แปลว่าเรานั้นจะอ่อนต่อโลก หรือเป็นคนใสๆ หรอกนะคะ แต่คือการคิดดี ทำดี ใส่ใจคนรอบข้างด้วยความจริงใจ ใช้ชีวิตในทางที่ดี การคิดดีของเราก็จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และจิตใจของเราให้ดีไปด้วยนั่นเอง

ลองคิดดูว่าจะดีแค่ไหนที่เราสามารถมองปัญหาที่เข้ามา ให้เป็นโอกาสในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ แทนการคิดว่าปัญหาที่เข้ามา ทำให้เราลำบากไปยิ่งกว่าเดิม บางครั้งความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็มาจากตัวเราเองทั้งนั้น อย่างเช่นเรื่องบางเรื่องที่เข้ามาในชีวิตเรา ความจริงแล้วมันอาจจะเป็นความสุขที่เข้ามาก็ได้

แต่ถ้าเราเอาแต่มองโลกในแง่ร้าย เราอาจจะปิดกั้น หรือไม่รับรู้ว่าสิ่งที่เข้ามานั้นเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้เรามีความสุขก็ได้  ไม่เพียงแค่จะทำให้เรามีความสุขแล้ว การมองโลกในแง่ดียังช่วยทำให้คนรอบข้างเรามีความสุขไปด้วยนะคะ