ข่าวทั่วไป » โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

8 พฤศจิกายน 2020
84   0

โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า “โจ ไบเดน” หัวหน้าพรรคเดโมแครต ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46

ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยผลโหวตอิเล็กทอรัล 273 – 213 และได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

:การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของสหรัฐ 2020 ประธานาธิบดี คนใหม่ VS คนเก่า

เมื่อ 7 พ.ย.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 มาถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย

กองเชียร์ โจ ไบเดน ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต เป็นฝ่ายได้เฮลั่น ผลการเลือกตั้งขั้นต้น

โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมา ไบเดน วัย 77 ปี ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral college) ถึง 270 คะแนน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ ได้เป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โค่นแชมป์เก่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันไปได้อย่างระทึกสุดๆ

หลังจากการเลือกตั้งเมื่อ 3 พ.ย. ชาวอเมริกันต่างรอลุ้นผลการนับคะแนนอย่างใจจดใจจ่อ โดยการนับคะแนนยืดเยื้อนานหลายวันและสูสีอย่างมาก
จนกระทั่งต้องมาตัดสินกันที่รัฐสวิงสเตท 5 รัฐสุดท้าย ซึ่งนายไบเดนมีคะแนนโหวตที่รัฐเพนซิลเวเนียแซงหน้านายทรัมป์นายช่วงโค้งสุดท้าย
และเข้าวินเป็นผู้ชนะในรัฐนี้ด้วยอัตราส่วน 49.6% ต่อ 49.1% ในวันที่ 7 พ.ย.

ชัยชนะในรัฐเพนซิลเวเนียส่งผลให้นายไบเดนได้รับคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเพิ่มอีก 20 คะแนนบวกกับของเดิมเป็น 273 คะแนน กลายเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020 และได้เป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่

รู้จักชีวิตของ โจ ไบเดน

  • อายุ 77 ปี
    เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2485 ที่เมืองสแครนตัน รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • จบการศึกษา ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก
  • ทำงานเป็นทนายความ ก่อนจะได้รับเลือกเป็น ส.ว.รัฐเดลาแวร์ ขณะอายุเพียง 30 ปี
  • จนสร้างประวัติศาสตร์ได้เป็นวุฒิสมาชิกอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ คนที่ 6 
  • สมาชิกพรรคเดโมแครต เคยดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์มาแล้วถึง 6 สมัย หลังคว้าชัยได้เป็น ส.ว.สมัยแรกในปี 2515
  • เคยลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2531 และ 2551 แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งสองครั้ง
  • ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในปี 2561
  • แต่งงาน ครั้งที่สองกับ จิล ไบเดน เมื่อปี 2520
  • หลังจาก ภรรยาคนแรก นีเลีย ฮันเตอร์ (สมรส 2509-2515)
  • เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
  • พร้อมเอมี่ ลูกสาววัย 13 เดือน ในปี 2515
  • 2558 โจ ไบเดน ต้องสูญเสียบุตรชาย โบ ไบเดน
  • ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมองด้วยวัย 46 ปี

ใฝ่ฝันจะเป็น ปธน.มานานแล้ว

ไบเดน มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ มายาวนาน เขาได้ลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกตั้งแต่ปี 2531

ขณะอายุ 45 ปี แต่แล้วความฝันครั้งนี้ของไบเดน ก็ต้องดับลงตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งขั้นต้น หลังจากมีรายงานเผยว่า ไบเดนได้ไปลอกคำพูดในสุนทรพจน์บางส่วนของคนอื่นมา

นอกจากนั้น ไบเดน ยังมีปัญหาสุขภาพอย่างหนักจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดถึง 2 ครั้ง เนื่องจากเขามีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งขั้นต้นชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี และหลังจากได้ถอนตัวยุติการแข่งขันในปี 2531

โดยแพทย์ได้ตรวจพบว่า เขามีอาการสมองโป่งพอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดสมอง และยังทำให้เกิดเลือดอุดตันในช่องปอด
จนนำไปสู่การผ่าตัดใหญ่ครั้งที่ 2 และหลังจากรักษาอาการป่วยนาน 7 เดือน ไบเดนได้กลับมาทำงานในฐานะวุฒิสมาชิกอีกครั้ง

มีผลงานการเมืองมามากมาย

ขณะไบเดนดำรงตำแหน่ง ส.ว.รัฐเดลาแวร์นั้น เขายังได้เป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศมายาวนาน จนเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ไบเดน เป็นนักการเมืองที่คัดค้านการทำสงครามในอิรัก

ที่เรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในปี 2534 แต่สนับสนุนให้มีการขยายชาติพันธมิตรของนาโตไปยังยุโรปตะวันออก และการเข้าไปแทรกแซงสงครามในยูโกสลาเวียช่วงทศวรรษ 1990 และยังมีผลงานการเมืองอีกมากมายฯ

คู่หูชิงรองประธานาธิบดีของบารัค โอบามา

20 ปีหลังจากความพยายามและความฝันครั้งแรกที่จะได้เป็นประธานาธิบดีไม่ประสบความสำเร็จ ไบเดน ได้ตัดสินใจอีกครั้งที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2008

ทว่าถึงแม้ไบเดนจะมีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ในฐานะวุฒิสมาชิก 6 สมัย แต่ก็ไม่โดดเด่นพอที่จะได้รับความนิยมเท่า
ฮิลลารี คลินตัน และ บารัค โอมา จนทำให้ ไบเดน
ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการลงแข่งเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง 

และเมื่อ บารัค โอบามา ได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ทั้ง 2 สมัย โอบามาได้เลือก ไบเดน เป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั้งสองสมัย ซึ่งคว้าชัยชนะทั้งสองครั้งเช่นกัน
ทั้งในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2008 และ 2012

ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://sexyae.net