ข่าวเด่นประจำวัน » ไทยพลิกวิกฤตเป็นโมเดลโลก

ไทยพลิกวิกฤตเป็นโมเดลโลก

15 กันยายน 2020
100   0

ไทยพลิกวิกฤตเป็นโมเดลโลก ล่าสุดพิพัฒน์ รัชกิจประการรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ออกมายอมรับว่าคงต้องลุ้นกันเหนื่อยว่าเป้าหมายเริ่มต้นเป่านกหวีดเปิดประเทศในเดือนต.ค.นี้จะทำได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เพราะล่าสุดดันมาเกิดเคสดีเจติดโควิดทำให้บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกอาการแหยงไม่กล้าตัดสินใจเปิดประเทศให้ต่างชาติมาเดินเล่น หรือลี้ภัยโควิดในไทยได้

ไทยพลิกวิกฤตเป็นโมเดลโลก จะว่าไป… การวางแผนปิดประเทศนั้น ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาล้อมวงถกกันตั้งแต่ช่วงรัฐบาลคลายล็อคกิจการและกิจกรรมในระยะแรก ๆ ด้วยซ้ำ ตอนนั้นตั้งเป้าหมายว่าอย่างเร็วที่สุดในเดือนส.ค.น่าจะเปิดให้ต่างชาติกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ เพราะภาคธุรกิจการท่องเที่ยวสำลักหนี้จนล้มหายตายจากกันไปมากแล้ว

เริ่มต้นเคาะ ภูเก็ตโมเดล

ไม่นานมานี้ นายกฯ ประยุทธ์ ออกปากเองเลยว่า การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสารพัดชาติคงยังไม่เกิดขึ้น เพราะต้องดูให้แน่ใจก่อน ว่าทำแล้วจะต้องปลอดภัย ปลอดเชื้อ 100%ไม่ให้กระทบประชาชนคนไทยในประเทศ โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดูให้แน่ใจ แม้ว่าที่ผ่านมาในการประชุม ศบศ. จะผ่านหลักการ ภูเก็ตโมเดล แต่ก็ให้ไปดูเพิ่มว่า พื้นที่ไหนที่พอจะทำได้เพิ่มเติม เพราะนายกฯ อยากให้เปิดพร้อมๆ กัน 6 ภูมิภาค

แต่การเปิดครั้งนี้ต้องทำภายใต้เงื่อนไขพิเศษ โดยเลือกเอาจังหวัดภูเก็ตเป็นแนวหน้านำร่องเรื่องนี้เพราะเห็นว่าภูเก็ตที่มีลักษณะเป็นเกาะมีความเหมาะสม เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่พึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 80%ซึ่งการเคาะเอาจังหวัดนี้นำร่องก็ไม่ใช่ว่าเคาะแล้วทำเลย เพราะต้องไปรับฟังความคิดเห็นของคนในชุมชนเพิ่มเติม

ลงพื้นที่สำรวจยังเห็นไม่ตรงกัน

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อนพรรคภูมิใจไทย ก็ได้ยกพรรคไปจัดประชุมภูมิใจไทยสัญจรที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมลงพื้นที่คุยกับชาวบ้าน ผู้ประกอบธุรกิจ โดยประกาศว่าต้องการผลักดันโครงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และจะหาทางยกระดับภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทย

ในเวลานี้ความเห็นยังหลากหลายและยังไม่ได้ประมวลผลสรุปออกมา แต่เท่าที่พูดคุยเบื้องต้น ยังมีความเห็นแตกต่างกันคือ กลุ่มคนรวยมีสตางค์หน่อยเขาก็ยังไม่อยากให้เปิด ส่วนผู้ประกอบการโรงแรมท่องเที่ยว บริษัททัวร์ คนทำงาน เขาอยากให้เปิด ดังนั้นจึงคิดว่าการสำรวจต้องลงลึกกว่านี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดๆต่อไป

ขอเวลา 2 สัปดาห์สรุปชงนายกฯ

ยุทธศักดิ์ สุภสรผู้ว่าการ ททท. ออกมาชี้แจงว่า นายกฯ ไม่ได้ให้ยกเลิก ภูเก็ตโมเดล แต่ขอให้ไปทบทวนให้ดี ย้ำว่า ทบทวนให้ดี เพราะความเห็นยังไม่เป็นเอกฉันท์ คาดว่า อีกไม่นานนัก ประมาณ1-2สัปดาห์ หรืออย่างช้าก็ปลายเดือนก.ย.นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะไปพูดคุยกับชาวบ้าน ผู้ประกอบการพื้นที่ และส่วนราชการให้ได้ข้อสรุป ก่อนจะชงการบ้านมาให้นายกรัฐมนตรีตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

ออกมาตรฐานกลางใช้ทุกจังหวัด

ทั้งนี้หากผลออกมาว่าคนภูเก็ตส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย หรือตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ยังไม่ควรเปิด ททท.ก็มีแผนสอง โดยปรับแนวทางเป็นการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างจำกัดเปิดกว้างให้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดที่มีความพร้อม ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วย และมีมาตรฐานกลางเดียวกับกรณีคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ถ้าพื้นที่ไหนสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานกลางได้ ก็สามารถเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เลย

สำหรับแนวทางนี้ ล่าสุด ศบศ. ได้มอบหมายทุกหน่วยงานกลับไปช่วยกันคิด จัดทำมาตรฐานกลางออกมาเป็นแนวทางการปฏิบัติทั้งคนมาและคนรับ ต้องชัดเจนและต้องปฏิบัติตามมาตรการแนวทางที่ออกมา

จ่อออกวีซ่าใหม่ให้พักระยะยาว

มากไปกว่านั้น นอกจากจัดเตรียมมาตรฐานกลางแล้ว จะมีคำใหม่ขึ้นมาที่ใช้สำหรับคนต่างชาติที่เดินทางเข้าในไทย คือSTVย่อมาจากคำว่าSpecial Tourist Visaซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานเอาไว้ชัดเจน

Special Tourist Visaจะมีระยะเวลาให้อยู่ในไทยได้90วัน และต่อได้อีก2ครั้งๆละ90วัน รวมเป็น270วัน ซึ่งเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาพำนักระยะยาวในประเทศไทยเบื้องต้นในเรื่องนี้ จะถูกหยิบยกเข้ามาหารือในที่ประชุมครม.สัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณา

ความพยายามเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติภายใต้มาตรการที่รัฐบาลปรับปรุงไปหลายรอบนี้ แน่นอนว่าเป้าหมาย คือ ต้องการช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาได้บ้าง เพราะการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนรายได้มากถึง 18-19%ต่อจีดีพี แต่ท้ายที่สุดก็ต้องมาชั่งน้ำหนักดูให้ดีถึงความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคในประเทศ

แต่ถ้ามองในแง่ดี หากไทยลองทำเรื่องนี้สำเร็จ ไม่แน่แนวทางนี้อาจกลายเป็นโมเดลสำคัญ และเป็นต้นแบบการจัดการด้านการท่องเที่ยวภายใต้ยุคโควิดของโลกเลยก็เป็นได้

อุบลราชธานีให้เป็นจังหวัดต้นแบบที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว

รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านค้าส่งค้าปลีกในจังหวัดอุบลราชธานี แสดงวิสัยทัศน์ดันเมืองอุบลเป็นต้นแบบของ Resilient Economy หรือ เศรษฐกิจที่กลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว ชี้!! เศรษฐกิจ จ.อุบลราชธานียังเดินต่อได้ โดยใช้เศรษฐกิจภายในจังหวัดเป็นตัวขับเคลื่อน แต่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและได้รับความร่วมมือในรูปแบบการบูรณาการจากทุกภาคส่วน

ได้มีการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อตรวจเยี่ยมและสำรวจความคืบหน้าการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึง การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังประสบอุทกภัยอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา โดยปีที่แล้ว ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อประเมินความเสียหายและช่วยเหลือร้านโชวห่วย/ร้านค้าส่งค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ฟื้นตัวและกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติโดยเร็ว

มาถึงปีนี้ เกิดวิกฤตโควิด-19 ซ้ำอีก ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจภายในจังหวัดเป็นอย่างมาก จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า เศรษฐกิจการค้าโดยรวมของจังหวัดอุบลราชธานียังคงมีความแข็งแกร่ง โดยต้องขอชื่นชมผู้ประกอบการจังหวัดอุบลราชธานีว่ามีความอดทนและเข้มแข็งมาก ทำให้เศรษฐกิจภายในจังหวัดสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ ส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของจ.อุบลราชธานีฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว คือ ความแข็งแกร่งของระบบ

เศรษฐกิจฐานรากภายในจังหวัด โดยเฉพาะร้านค้าส่งค้าปลีกระดับจังหวัดที่มีเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของท้องถิ่นได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอุบลราชธานียังมีจิตวิญญาณของความเป็นนักสู้และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ทำให้อุบลราชธานีพร้อมเป็นเมืองต้นแบบของการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว หรือที่เราเรียกว่า Resilient Economy ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

 รมช.พณ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคธุรกิจที่มีส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจของจังหวัดเดินหน้าต่อได้ คือ ภาคค้าส่งค้าปลีก มีบทบาทสำคัญในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในท้องถิ่น รวมถึง จำหน่ายสินค้าในราคาที่สมเหตุสมผล ช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญสำหรับสินค้าชุมชนและสินค้าโอทอปที่ผลิตทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่

โดยการสร้างองค์ความรู้ที่สำคัญ เช่น การรับมือกับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในยุค New normal การแก้ปัญหาสต๊อกสินค้าที่มีมากเกินความจำเป็น หรือการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ร้านค้าส่งค้าปลีกมีต้นทุนลดลงและยอดขายมากขึ้น ส่งต่อผลกำไรที่เพิ่มขึ้นและสามารถนำกลับคืนสู่สังคมในรูปของการลดราคาสินค้าหรือจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอื่นๆ ต่อไป

เป็นจุดรับ-ส่งพัสดุ และการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมาช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมและโปรโมชันต่างๆ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการบริหารร้านค้าหลังยุคโควิด-19 คือ สุขอนามัย โดยทางร้านมีการจัดหาเจลล้างมือแอลกอฮอล์และการตรวจวัดอุณหภูมิให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน

โครงการสร้างความเข้มแข็งศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ที่ทำให้ร้านมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ลดต้นทุนคลังสินค้าและเพิ่มยอดขาย อีกทั้งสามารถสร้างเครือข่ายกับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงกิจกรรมลดราคาสินค้าและเชื่อมโยงทางการตลาด

คลิกดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://sexyae.net/